รวมที่เที่ยวยอดฮิตอิตาลี เมืองนี้ ใครๆก็หลงรัก

อิตาลี Italy ที่เที่ยวอิตาลี

ประเทศอิตาลี จุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนไทย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มากมาย กระจายทั่วประเทศ  มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี เป็นประเทศในทวีปยุโรป

ฤดูกาล มี 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง โดยฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 0 °C (32 °F) บนเทือกเขาแอลป์ ถึง 12 °C (54 °F) บนเกาะซิซิลี และในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20 °C (68 °F) ถึง 30 °C (86 °F) และอาจสูงกว่านี้ได้ในบางช่วง

 ที่เที่ยวยอดฮิต 

 1. โคลอสเซียม (Colosseum)

โคลอสเซียม (Colosseum) อิตาลี

องค์กร New 7 Wonders ได้แต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของกรุงโรมประเทศอิตาลี เป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณ ขนาดใหญ่มหึมา และยังเคยเป็นสนามประลองอันทรงเกียรติที่โหดเหี้ยมอีกด้วย ลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมที่ก่อด้วยอิฐและหินทรายที่มีเส้นรอบวงประมาณ 527 เมตร สูงประมาณ 57 เมตร และสามารถบรรจุคนได้มากถึงประมาณ 50,000 คนเลยทีเดียว

 

 

2. น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) 

น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) อิตาลี

เป็นลานน้ำพุและอนุสรณ์ที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงโรม บริเวณตรงกลางน้ำพุมีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันซึ่งเป็นเทพแห่งท้องทะเล ยามกลางวันจะมีแสงอาทิตย์สาดส่องสวยงามสดใส ส่วนในยามค่ำคืนจะมีแสงไฟร่วมกับแสงจันทร์ ดูงดงาม น่าหลงใหล และนอกจากในเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการโยนเหรียญอธิษฐาน ขอให้ได้กลับมาที่กรุงโรมอีกครั้งก่อนจะหันหลังแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายให้หล่นลงไปในน้ำพุ หากเหรียญหล่นไปใต้น้ำพุนั้นเชื่อกันว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ความเชื่อนี้เป็นธรรมเนียมที่เหล่านักท่องเที่ยวให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก 

3. มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral)

มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) อิตาลี

เป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 800 ปี ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิตาลีและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในทวีปยุโรป สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่13 จุดเด่นของมหาวิหารแห่งนี้คือโดมสีส้มขนาดใหญ่  ตัวอาคารภายนอกเป็นลวดลายหินอ่อนสีขาว เขียว ชมพู และหินสลัก ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว ชมพู  และหินแกะสลัก สวยงาม

4. ปิซ่า (Pisa) 

ปิซ่า (Pisa)  อิตาลี

เป็นหอระฆังสูงใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ความเอนเอียงของหอระฆัง ความโดดเด่นนี้ทำให้ปิซาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนั้นแล้วยังถูกจัดให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ขอโลกในยุคกลางอีกด้วย และหอนี้ยังเคยเป็นสถานที่ที่กาลิเลโอใช้ในการทดสอบเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก ปัจจุบันนี้ หอเอนเมืองปิซ่า ลาดเอียงลงมาประมาณ 13 องศา

 5. ชิงก์ แทร์เร (Cinque Terre)

ชิงก์ แทร์เร (Cinque Terre) อิตาลี

5 หมู่บ้านแสนสวยบนผาติดทะเล 1. เมือง Monterosso al Mare 2. เมือง Vernazza 3.เมือง Corniglia 4.เมือง Manarola 5. เมือง Riomaggiore หมู่บ้านเหล่านี้ถูกขนานนามว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในโลกตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติริมชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยนทำเลที่ตั้งของทั้งห้าหมู่บ้านอยู่บนภูเขา มีหน้าผาสูงชัน และทะเลกว้างใหญ่เป็นฉากหน้า เป็นเมืองเก่าแก่ บรรดาตึกราบ้านช่องต่างๆมีอายุร้อยกว่าปีที่แล้วแต่ยังคงหลงเหลือความงดงามให้เราได้ชม

6. มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral)

มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) อิตาลี

เป็นมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิค จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน วิหารแห่งอลังการและยิ่งใหญ่มาก ด้วยความสูง 157 เมตรและกว้างถึง 92 เมตร จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างยาวนานถึง 579 ปี ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญและเรื่องราวในพระคัมภีร์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปมากกว่า 3000 รูป มีกระจกสีสันสวยงาม เป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมอีกชิ้นที่ควรจะได้ไปสัมผัสซักครั้ง

7. มหาวิหารเซนต์มาร์ก (St Mark’s Basilica) 

มหาวิหารเซนต์มาร์ก (St Mark’s Basilica) อิตาลี

เป็นมหาวิหารที่ได้รับสมญานามว่า โบสถ์ทอง เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกระดับมหาวิหารเขตอัครบิดรเวนิสในประเทศอิตาลี มหาวิหารเซนต์มาร์กเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้ชมเข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์มีสมบัติมากมายจากสงครามครูเสดประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ทอดยาวมาตั้งแต่ในศตวรรษที่ 9 ของคริสตจักรจึงทำให้เป็นมหารวิหารที่มีเรื่องราวและตำนานอันน่าสนใจอยู่เบื้องหลังการเข้าชมที่มากมายจากทั่วทุกมุมโลกนั่นเอง

 8. หน้ากากเมืองเวนิส      

หน้ากากเมืองเวนิส  อิตาลี

สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายกันด้วยเทศกาลคาร์นิวัลหน้ากากเมืองเวนิส งานคาร์นิวัลสวมหน้ากากที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีมาตั้งแต่ปี 1268 เป็นเทศกาลที่สำคัญ เนื่องจากชาวเมืองทุกคนจะได้พบปะสังสรรค์ร่วมตัวกันเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยทุกคนจะต้องใส่หน้ากาก และ แต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างสวยงามอลังกาล

 

 

โปรแกรมทัวร์ >> https://bit.ly/2T4t6k

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 273,130